PARALLELGAMER

THE FINALS 12.0 สาย Light Heavy เปลี่ยนอะไร? สรุปแพตช์

THE FINALS 12.0 ปรับเลือดและความเร็วของ Light กับ Heavy พร้อมบัฟแกดเจ็ตและอาวุธ ดูตัวเลขก่อนหลังและสายที่น่าหยิบใน Season 12

ให้ AI สรุปบทความนี้
ภาพปกเกม THE FINALS แสดงผู้เข้าแข่งขันต่อสู้ข้างลูกตุ้มทำลายอาคารและตู้สีเหลือง
ภาพ: Embark Studios

THE FINALS 12.0 เปลี่ยนทั้งความถึกและความเร็วของ Light กับ Heavy พร้อมขยับแกดเจ็ตและอาวุธหลายตัว ตัวเลขในบทความมาจาก THE FINALS patch notes ทางการ ที่ประกาศพร้อม Season 12 วันที่ 20 ตุลาคม 2026 เวลา 20:05 น. ตามเวลาไทย ส่วนการมองว่าสายไหนขึ้นหรือลงเป็นการวิเคราะห์จากค่าที่ประกาศ ไม่ใช่ผลทดสอบในเกม

ปุ่มคีย์บอร์ดสีดำถ่ายใกล้ในแสงสลัว
ภาพ: Ritupon Baishya / Unsplash

THE FINALS 12.0 ปรับอะไรบ้าง

THE FINALS Season 12 ใช้ชื่อ PRIME TIME และยกเครื่องระบบทำลายล้าง ทั้งโครงสร้างเสียหายเป็นขั้น อาคารถล่มตามสภาพ ฟิสิกส์แรงระเบิด และกองเศษซาก ควันกับแก๊สเปลี่ยนรูปตามพื้นที่และถูกแรงระเบิดสลายบางส่วนได้

Light ได้แนวเล่น The Infiltrator มี True Sight สำหรับมองศัตรูผ่านควัน, Mimic Device สำหรับปลอมเป็นวัตถุ และ Translocator สำหรับสลับตำแหน่งกับวัตถุ Solo Showdown เป็นโหมดเดี่ยว 12 คนสามรอบ ส่วน Monaco, Seoul และ Skyway Stadium ถูก remaster ใหม่

THE FINALS PRIME TIME ยังปรับ HUD กับเมนู และเปิด Dynamic Commentary แบบ beta ซึ่งผู้บรรยายตอบสนองต่อผลงานเด่นของผู้เล่นได้

Archetypes: Light ถึกขึ้น Heavy วิ่งไวขึ้น

ค่า ก่อน หลัง
Heavy เลือดพื้นฐาน 350 325
Heavy สปรินต์หน้า / ข้าง / ถอยหลัง 5.8 / 3.65 / 3 m/s 6 / 3.8 / 3.3 m/s
Heavy วิ่งหน้า / ข้าง / ถอยหลัง 3.8 / 3.2 / 3 m/s 4.35 / 3.6 / 3.2 m/s
Light เลือดพื้นฐาน 150 175
Light หน่วงฟื้นเลือดหลังโดนดาเมจ 7 วินาที 8 วินาที
Light สปรินต์หน้า / ข้าง / ถอยหลัง 7 / 4.6 / 3.8 m/s 6.6 / 4.4 / 3.7 m/s
Light วิ่งหน้า / ข้าง / ถอยหลัง 5.5 / 4.4 / 3.8 m/s 5.1 / 4.2 / 3.7 m/s
มุมทางชันที่วิ่งขึ้นได้ทุกสาย 45° 50°

Light ได้เลือด 25 แต่ช้าลงทุกทิศและรอฟื้นเลือดนานขึ้น 1 วินาที Heavy เสียเลือด 25 แต่ปิดระยะไวขึ้น ทีมพัฒนานำค่าจาก Respec Order มาใช้ถาวร เพื่อให้ทีมแยกจากกันน้อยลงและลดช่องว่างเลือดสำหรับบาลานซ์อาวุธ

Gadgets และ Specializations เปลี่ยนจังหวะไฟต์

  • Dome Shield เพิ่มเลือด 250 → 600 แต่ลดเอง 100 ต่อวินาที จึงแข็งตอนกางใหม่และหายไปตามเวลา การยิงยังทำให้แตกเร็วขึ้น
  • Explosive Mine เพิ่มดาเมจ 120 → 145 ส่วน Frag Grenade เพิ่มดาเมจสูงสุด 140 → 165
  • Flashbang เพิ่มเวลาตาบอดต่ำสุด 1.5 → 2 วินาทีและสูงสุด 4.5 → 5 วินาที ลดความเข้มที่โดนเพื่อน 0.95 → 0.35 และขยับเกณฑ์ hit marker 0.75 → 0.85 ส่วน Breach Drill กับ Flashbang ขึ้น hit marker เมื่อโดนศัตรูเท่านั้น
  • Healing Beam ฮีล 46 → 50 ต่อวินาที ขณะที่ Grappling Hook มีคูลดาวน์แปรผัน 4 ถึง 7.5 วินาทีตามเวลาที่เกาะ
  • Guardian Turret ไฮไลต์เป้าหมายให้ทีมเห็นผ่านกำแพงกับควัน ส่วน Charge ‘N’ Slam ทำดาเมจท่าทุบเฉพาะเป้าหมายใกล้พื้น เป้าหมายลอยตัวยังโดนผลักและมึน
  • Cloaking Device มีเสียงตอนอยู่นิ่งดังขึ้นและเสียงแตกพร่าตอนเคลื่อนที่ได้ยินไกลขึ้น ขณะที่ True Sight เป็น Specialization ใหม่ของ Light
  • Powder Canister เพิ่มรัศมีควัน 3.5 → 4.5 เมตรและเวลา 9 → 13 วินาที ส่วน Toxic Gas Canister ลดเวลา 12 → 10 วินาที

อาวุธระยะใกล้เปลี่ยนระบบ lunge

การโจมตีปกติจะคาดตำแหน่งเป้าหมาย ถ้าวิ่งเข้าระยะจะไม่ lunge ถ้าวิ่งตัดข้างระบบจะชดเชย และความเร็ว lunge ปรับตามทิศกับระยะ Hit sweep ก็ตรงกับอาวุธมากขึ้น

อาวุธ ตัวเลขที่เปลี่ยน
Dagger lunge โจมตีหลักและ Backstab 5 → 4.25 เมตร, Backstab 0.5 → 0.35 วินาที, ดาเมจ 85 → 90
Dual Blades โจมตีหลัก precise 57 → 60, ปกติ 37 → 39; Cross Slash precise 140 → 155, ปกติ 91 → 100, hit box 0.3 → 0.55 เมตร; มุมทั้งคู่ 12° → 14°
Riot Shield precise 86 → 90, ปกติ 60 → 63, hit box หลักกว้าง 0.8 → 0.95 เมตร สูง 0.3 → 0.4 เมตร; Shield Bash กว้าง 0.35 → 0.55 เมตร สูง 0.55 → 0.9 เมตร
Sledgehammer / Spear lunge 5 → 4.5 เมตร / 6.5 → 5.75 เมตร; Spear hit box กว้าง 0.4 → 0.35 เมตร
Sword lunge 4.25 → 4 เมตร, precise 110 → 100, ปกติ 71 → 65

Dagger สั้นลงแต่ Backstab เร็วและแรงขึ้น Dual Blades กับ Riot Shield ได้ดาเมจเพิ่ม ขณะที่ Sword เสียดาเมจและระยะ lunge

ปืนตัวไหนแรงขึ้นหรือลง

อาวุธ ก่อน → หลัง
BFR Titan ดาเมจ 90 → 95; รีโหลดช่วงต้น 0.68 → 0.62 วินาที, loop 0.88 → 0.8 วินาที, จุดเติมกระสุน 0.465 → 0.52 วินาที
CB-01 Repeater ดาเมจ 84 → 88, falloff 0.64 → 0.66
Chimera-XB / KS-23 ดาเมจ 45 → 47 / 104 → 100
LH1 ดาเมจ 44 → 40, ระยะ falloff เริ่ม 50 → 35 เมตรและสุด 55 → 45 เมตร
Lewis Gun / M60 อัตรายิง 500 → 520 RPM / 580 → 600 RPM
MGL32 / P90 ดาเมจ 83 → 97 / 14 → 15
Pike-556 / R .357 ดาเมจ 49 → 50 / 74 → 76
SA1216 แรงดีดลดประมาณ 20%, falloff 0.62 → 0.67 และกระสุนกระจายแคบลง
SR-84 / XP-54 ดาเมจ 118 → 122 / กระสุน 36 → 34

THE FINALS แพตช์นี้ลด LH1 ทั้งดาเมจและระยะ XP-54 เสียกระสุนสองนัด ส่วน MGL32 และปืนกลของ Heavy ได้เพิ่มชัดเจน

สายไหนน่าจะขึ้น สายไหนน่าจะลง

Light น่าจะยืนแลกได้นานขึ้น แต่เข้าออกไฟต์ช้าลง เลือด 175 ช่วยไม่ให้โดนปิดเร็ว ทว่าความเร็วลดทุกทิศและฟื้นเลือดช้าลง The Infiltrator น่าจะเพิ่มทางเล่นข้อมูลและหลอกตำแหน่ง

Heavy น่าจะเคลื่อนกับทีมง่ายขึ้น แต่รับดาเมจได้น้อยลง ความเร็วช่วยเข้าจุดและถอย แต่เลือด 325 ทำให้กับระเบิดกดดันกว่าเดิม Dome Shield มีแนวโน้มเหมาะกับการบุกสั้นๆ มากกว่ากางทิ้ง

Medium สายช่วยทีมน่าจะขึ้น Healing Beam ฮีล 50 ต่อวินาที Guardian Turret ชี้เป้า และ Sonar Grenade เพิ่มให้ Medium ใช้ได้ จึงมีเครื่องมือช่วยทีมมากขึ้น

Dual Blades, Riot Shield, MGL32, Lewis Gun และ M60 มีแนวโน้มน่าหยิบขึ้น ส่วน LH1, Sword, KS-23 และ XP-54 น่าจะลง ผลจริงยังขึ้นกับระยะ แผนที่ และทีม นี่จึงไม่ใช่ข้อสรุป meta

ประเด็นสำคัญ

  • Light เลือดเพิ่ม 150 → 175 แต่ช้าลงทุกทิศและฟื้นเลือดช้าลง
  • Heavy เลือดลด 350 → 325 แต่ความเร็ววิ่งและสปรินต์เพิ่มทุกทิศ
  • Dome Shield ถึกขึ้นตอนเริ่ม แต่เสียเลือดเอง 100 ต่อวินาที
  • Medium ได้ Healing Beam แรงขึ้นและ Guardian Turret ช่วยชี้เป้า
  • ระบบ lunge แม่นขึ้น ขณะที่อาวุธระยะใกล้แต่ละตัวได้ทั้งบัฟและเนิร์ฟ

ถ้าจะปรับการเล็งให้เข้ากับความเร็วใหม่ อ่านวิธีเลือกเมาส์เกมมิ่งและตั้ง DPI ต่อได้ ส่วนคนที่ต้องแยกเสียงฝีเท้าของ Light, Medium และ Heavy ท่ามกลางแรงระเบิด ดูวิธีเลือกหูฟังเกมมิ่ง ไว้เทียบก่อนลง Arena

แหล่งที่มา